ภาวะผู้นำในการบริหารองค์กรยุคดิจิทัล กรณีศึกษา : องค์กรไอทีและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับไอทีในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจยั ที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงของผู้นายุคดิจิทัล โดย กลุ่มเป้ าหมายคือ ผูบ้ ริหารองค์กรระดบั สูง ระดบั กลาง และผูจ้ ดั การ/หัวหนา้ ฝ่ายเทคโนโลยสี ารสนเทศจานวน 10คนที่เป็นองคก์ รไอที และองค์กรท่ีเกี่ยวข้องกับการใช้ไอที ในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การวิจยั น้ีเป็นการวิจยั เชิง คุณภาพโดยใช้การสัมภาษณ์โดยต้ังคาถาม ซ่ึงในการต้ัง คาถามเป็ นการถามท่ีไม่มีโครงสร้างและ ก่ึงโครงสร้าง ทา การรวบรวมและวิเคราะห์ขอ้ มูลจากบทสัมภาษณ์ของผูน้ า ในองคก์ รท่ีทาการศึกษาจานวน6องคก์ รผลการศึกษาพบวา่ ปัจจัยที่มีผลต่อการเป็นผูน้ ายุคดิจิทัลคือ (1) มิติวิสัยทัศน์ (Vision) (2) มิติการ ส่ือสารที่สร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational communication) (3) มิติกระตุ้นทางปัญญา (Intellectual stimulation) (4) มิติภาวะผูน้ าแบบสนับสนุน (Supportive leadership) (5) มิติการให้ความสาคัญแก่ พนกั งาน (Personal recognition) โดย จากการศึกษาทาใหพ้ บ กบั มิติเพิ่มเติมคือ การบริหารคนในองคก์ รท่ีต่างยคุ สมยั ผล จากการวิจยั สามารถนามาปรับใชเ้ป็นแนวทางของผบู้ ริหาร องคก์รในยคุดิจิทลัใหก้บัองคก์รไอทีองคก์รท่ีเกี่ยขอ้งกบัการ ใชไ้ อทีหรือองคก์ รที่มีลกั ษณะใกลเ้คียงต่อไป